Category: ไฮไลท์ฟุตบอล

ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

ลิ่วตัดเชือกปืน บาเลนเซีย เชือด บีญาร์เรอัล 2-0

ลิ่วตัดเชือกปืน บาเลนเซีย เชือด บีญาร์เรอัล 2-0

   ลิ่วตัดเชือกปืน หลังจากที่ ค้างคาว บาเลนเซีย เปิดบ้านเชือด บีญาร์เรอัล ไป 2-0 จากลูกยิงของ โทนี่ ลาโต้ และ ดานี่ เปเรโฆ่ ที่ซัดกันคนละประตู พา ค้างคาว ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก ด้วยสกอร์รวม 5-1 ไปพบกับ อาร์เซน่อล ที่เอาชนะ นาโปลี มาได้

ลิ่วตัดเชือกปืน บาเลนเซีย เชือด บีญาร์เรอัล 2-0

   ศึกฟุตบอล ยูโรป้าลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ บีญาร์เรอัล ที่สนาม เอสตาดิโอ เมสตาญ่า ในวันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน 2562 ซึ่งนัดแรก บีญาร์เรอัล พ่ายคาบ้านต่อ บาเลนเซีย 1-3

   ช่วงต้นเกมบาเลนเซียเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน นาทีที่ 10 ได้ลุ้นจากลูกยิงของปาเรโฆ่ บอลพุ่งตรงกรอบ แต่แฟร์นานเดซยังเซฟเอาไว้ได้

   ถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที บาเลยเซียก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวนเร็วจากจังหวะที่ กูเอเดส เบียด ราติอู ล้แถวสุดเส้นหลัง แล้วส่งไปเสาแรกให้ ลาโต้ วิ่งสอดมายิงเข้าประตูไป

   นาทีที่ 14 เป็นโอกาสอีกครั้งของค้างคาว คราวนี้เป็นกาเมโร่ที่หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนจะชิพบอลผ่านมือเฟร์นานเดซไปแล้ว แต่บอลหลุดเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 39 บีญาร์เรอัลได้ลุ้นจากเตะมุม จังหวะสุดท้ายเป็นเคราร์ด โมเรโน่ได้โหม่ง บอลกระดอนพื้น แต่ไม่ผ่านเนโต้

   จบครึ่งแรก บาเลนเซีย นำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังทีมเยือนพยายามจะตั้งเกมเพื่อจะเอาประตูคืนให้ได้ นาทีที่ 51 ได้ลุ้นจากลูกกยิงของเปดราซ่าที่ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย แต่เนโต้ยังเซฟเอาไว้ได้

   แต่หลังจากนั้นนาทีที่ 54 ค้างคาว ก็มาได้ประตูนำห่าง 2-0 ทันทีจากฟรีคิก ปาเรโฆ่ จัดการเอง ซัดบอลไปแฉลบกำแพงทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าเสาไกลไปตุงตาข่าย

   นาทีที่ 62 บาเลนเซีย ได้ลุ้นประตูที่สามจากบอลยาวที่เปิดไปให้ เกเมโร่ โหม่งต่อให้ ซานติ มิน่า ได้ยิงแต่ไม่ดีเท่าไหร่ บอลหลุดกรอบออกไปแบบน่าเสียดายสุดๆ

   ช่วงท้ายเกม บาเลนเซีย เป็นฝ่ายที่คุมเกมเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด เนื่องจากสกอร์ที่นำห่างพอสมควรพวกเขาจึงไม่ได้เร่งเกมอะไรมากนัก ส่วนทางด้าน บีญาร์เรอัล พยายามจะทำเกมรุกขึ้นมา แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู

   นาทีที่ 88 ทีมเยือนได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเป็น ฟอร์นัลส์ ที่จัดการซัดบอลหลุดสามเหลี่ยมเสาไกลออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   จบเกม บาเลนเซีย เป็นฝ่ายเอาชนะ บีญาร์เรอัล ไป 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก ด้วยสกอร์รวม 5-1

 

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

เกินครึ่งโหล แมนฯซิตี้ เปิดบ้านไล่ถล่ม เบอร์ตัน ยับเยิน 9-0

เกินครึ่งโหล แมนฯซิตี้ เปิดบ้านไล่ถล่ม เบอร์ตัน ยับเยิน 9-0

   เกินครึ่งโหล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านไล่ถล่ม เบอร์ตัน ทีมจากลีกวัน ไปแบบขาดรอย 9-0 โดยเกมนี้ได้ กาเบรียล เชซุส เหมาคนเดียว 4 ประตู ร่วมด้วยกับ เควิน เดอ บรอยน์, โอเล็กซานเดอร์ ชินเซนโก้, ฟิล โฟเดน และ ริยาด มาห์เรซ แบ่งกันไปคนละประตู

เกินครึ่งโหล แมนฯซิตี้ เปิดบ้านไล่ถล่ม เบอร์ตัน 9-0

   ศึกฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ เบอร์ตัน ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 9 มกราคม 2562 ดูบอลสด

   ในเกมนี้เรือมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายตำแหน่งพอสมควร โดยพักแข้งหลักและเปิดโอกาศให้บรรดาตัวสำรองและดาวรุ่งลงสนามแทน ส่วนทางด้านเบอร์ตันมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นเล็กน้อยเนื่องจากปรับมาให้กองหลังถึง 5 คนนั่นเอง

   ออกสตาร์ทได้เพียงแค่ 5 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไวเลยเมื่อ กุนโดกัน ไหลบอลให้ ซิลบา เปิดต่อเข้าเขตโทษให้ เดอ บรอยน์ พุ่งไปโหม่งลงพื้นเข้าประตูไป แมนฯซิตี้ นำ 1-0

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน ซิตี้ ยังคงพยายามบุกเข้าใส่ทีมเยือนเพื่อจะเอาประตูที่สองให้ได้ แต่ผ่านไปเกือบ 20 นาที ประตูที่สองของเรือก็ยังไม่มีวี่แววซักที ส่วนทางด้าน เบอร์ตัน ก็พอมีโอกาสได้บุกบ้านแต่ก็ยังไม่สามารถทำอันตรายอะไรให้แก่ แมนฯซิตี้ ได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 30 ประตูที่สองของเรือก็มาจนได้จากจังหวะที่ ซาเน่ เล่นชิ่งกับ กุนโดกัน เข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วจะไปติดเซฟ สุดท้าย เชซุส เป็นฝ่ายที่พุ่มมาโหม่งซ้ำเข้ารอบต่อไป ซิตี้ นำ 2-0

   จากนั้นนาทีที่ 34 ซิตี้ทิ้งห่างเป็น 3-0 เริ่มจาก เดอ บรอยน์ ให้ไปที่ กุนโดกัน หน้าเขตโทษก่อนจะชิพบอลข้ามแผงหลังเอบร์ตันไปให้ ซิลบา ไหลให้ เชซุส ซัดชนเสาเข้าประตู

   และประตูที่ 4 ในนาทีที่ 37 จากทางซ้าย ซาเน่ ให้ ชินเซนโก้ นอกกรอบเขตโทษจัดการส่งบอลมุดเสียบคานตุงตาข่าย เรือ 4-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 57 แมนฯซิตี้ มาบวกเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ มาห์เรซ เล่นชิ่งกับ ซิลบา ทางริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษแล้วเปิดไปกลางประตูให้ เชซุส โหม่งเป็นประตู 5-0

   จากนั้นก็ 6-0 นาทีที่ 62 คราวนี้เป็น กุนโดกัน แทงให้ เชซุส แตะเข้าเขตโทษก่อนจะซัดแต่ไม่ผ่านเซฟนายทวารทีมเยือน จังหวะสุดท้ายเป็น โฟเดน ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

   ต่อด้วยนาทีที่ 65 กับประตูที่ 7 มาห์เรซ เปิดบอลจากขวาข้ามไปซ้ายแล้ว ซาเน่ เอาบอลลงในเขตโทษก่อนดีดไปให้ เชซุส โฉบมาจิ้มบอลเข้าประตูไปอีกครั้ง แมนฯซิตี้ นำห่าง 7-0

   ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นมาได้เพิ่มอีก 2 ประตูในนาทีที่ 70 จากประตูสุดสวยของ วอล์คเกอร์ และนาทีที่ 83 จาก มาห์เรซ ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเอาชนะ เบอร์ตัน ไป 9-0

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

รอดตายหวุดหวิด เซบีย่า 10 ตัว ไล่เจ๊า เลกาเนส 1-1

รอดตายหวุดหวิด เซบีย่า 10 ตัว ไล่เจ๊า เลกาเนส 1-1

   รอดตายหวุดหวิด เมื่อ เซบีย่า ที่เหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 ตัว หลังจากที่ ฟรังโก บาซเกซ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามช่วงพักครึ่งเวลา แต่ได้ เบน เยแดร์ โขกประตูตีเสมอในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 1 ช่วยให้ เซบีย่า ตามตีเสมอ เลกาเนส 1-1

รอดตายหวุดหวิด เซบีย่า ไล่เจ๊า เลกาเนส 1-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เลกาเนส เปิดบ้านต้อนรับ เซบีย่า ที่สนาม เอสตาดิโอ มูนิชิปัล เด บูตาร์เก้ ในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกมเป็น เซบีย่า ที่ทำได้ดีกว่า เป็นฝ่ายครองเกมบุกได้เป็นส่วนใหญ่แต่กลับเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ นียอม ครอสบอลจากทางฝั่งขวาไปให้ เบสซ่า โขกบอลลงพื้นเด้งเข้าประตูไป

   หลังจากเสียประตู เซบีย่า พยายามจะเล่นเกมบุกเพื่อที่จะเอาประตูตีเสมอให้ได้แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของ เลกาเนส ได้และแทบจะปะติดปะต่อเกมไม่ติด

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง กลับเป็นฝั่งเจ้าถิ่นด้วยซ้ำที่ทำได้ดีกว่า ส่วนเกมของทางด้าน เซบีย่า แทบจะไม่มีจังหวะบุกเลยด้วยซ้ำ

   กระทั่งนาทีที่ 32 ในที่สุด เซบีย่า ก็ได้ลุ้นแบบจริงๆจังๆครั้งแรกจากลูกครอสทางซ้ายที่เปิดมาให้ เซร์กี้ โกเมซ โหม่งไปติดบล็อค ก่อนที่จังหวะ 2 เจ้าตัวจะยิงซ้ำอีกครั้งแต่ก็ยังไปติดเซฟ ปิชู คูเอญาร์ อีกจนได้

   ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก หลังจากเสียงนกหวีดพักครึ่งดังขึ้น สถานการณ์ของ เซบีย่า ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 1 ประตู ดูเหมือนจะย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนในครึ่งหลัง หลังจากที่ ฟรังโก บาซเกซ ถูกใบแดงไล่ออกไป

   ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นที่ได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นเป็นฝ่ายที่ครองบอลเยอะกว่า ส่วน เซบีย่า ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนาม ก็แทบไม่สามารถจะทำเกมรุกสู้ได้เหมือนเดิม จนกระทั่งเกมผ่านไปเกือบ 70 นาที เซบีย่า ก็ยังแทบจะหาโอกาสกลับเข้าสู่เกมไม่ได้

   กว่าที่ เซบีย่า จะตั้งตัวติดและกลับมามีลุ้นอีกครั้งก็ช่วงท้ายเกม 10 นาทีสุดท้ายที่กลับมาเป็นฝ่ายครองเกมบุกได้ดีกว่าในขณะที่ เลกาเนส หันกลับไปเล่นเกมรับแทน แต่ถึงแม้ว่าทีมเยือนจะครองบอลได้มากกว่าแต่โอกาสลุ้นทำประตูก็ยังแทบจะไม่มีเช่นเดิม

   แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 1 ในที่สุด เซบีย่า ที่เสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่นก็มาได้ประตูตามตีเสมอ 1-1 จนได้จากจังหวะที่ โรเก้ เมซ่า เปิดบอลจากซ้ายไปเสาไกลให้ เบน เยแดร์ วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปโหม่งบอลคนเดียวโล่งๆเป็นประตู

   จบเกม เซบีย่า 10 ตัว โกงความตายไล่ตามตีเสมอ เลกาเนส 1-1 คว้า 1 แต้มกลับบ้านจนได้

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

หมาป่า โรม่า เฉือน ซีเอสเคเอ มอสโก 10 คน 2-1 เปลเลกรินี่ ยิง + จ่าย

หมาป่า โรม่า เฉือน ซีเอสเคเอ มอสโก 10 คน 2-1 เปลเลกรินี่ ยิง + จ่าย

   หมาป่า โรม่า ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่เอาชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ไป 2-1 ซึ่งเกมนี้ โรม่า ได้ประตูจาก คอสตาส มาโนลาส และ โลเรนโซ่ เปลเลกรินี่ การชนะในนัดนี้ส่งผลให้หมาป่าขยับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม G มี 9 แต้ม

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี ซีเอสเคเอ มอสโค เปิดบ้านพบกับ โรม่า ที่สนาม ลุจนิกี้ สเตเดี้ยม ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561

หมาป่า โรม่า ฟอร์มแจ่ม เปลเลกรินี่ ยิง + จ่าย

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 4 หมาป่าได้ประตูขึ้นนำอย่างไว จากโอกาสเข้าทำครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เปลเลกรินี่ เปิดเตะมุมไปหน้าปากประตู มาโนลาส โหม่งบอลไปแฉลบ อคินเฟเยฟ ก่อนจะลอยเข้าประตูไป ส่งให้ โรม่า ขึ้นนำเร็ว 1-0

   นาทีที่ 18 เป็นโอกาสลุ้นของเจ้าถิ่นบ้างจากการทำชิ่งหน้าเขตโทษแล้วเป็น วลาซิช ได้บอลก่อนจะสับด้วยขวา ส่งบอลออกเสาแรกไปแบบได้ลุ้น

   นาทีที่ 29 โรม่า ได้ลุ้นประตูที่สองจากจังหวะโต้กลับเมื่อ ไควเวิร์ต พาบอลเข้าเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ ฟลอเรนซี่ วิ่งสอดมาจะยิงแต่ดันไปสะดุดบอลซะก่อนเลยอดยิงซะงั้น

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 ซีเอสเคเอ เกือบจะได้ประตูตีเสมอสุดๆ จากจังหวะทำชิ่งกันหน้าเขตโทษของโรม่า ซิเกิร์ตสัน ให้ โอบายาคอฟ ยิงไปติดบล็อก บอลลอยโค้งมาเข้าทาง เชนนิคอฟ โหม่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้สักพักนาทีที่ 51 ในที่สุด ซีเอสเคเอ ก็ได้ประตูตีเสมอสำเร็จ 1-1 เมื่อ อัคห์เมดอฟ ลากบอลจากขวาตัดเข้ามาหน้าเขตโทษแล้วจ่ายให้ ซิเกิร์ตสัน แตะจังหวะแรกบอลหางตัวไปนิดแต่ยังดีที่ตามไปยิงได้ เจ้าถิ่นตามเจ๊า 1-1

   หลังจากที่ได้ประตูตีเสมอนาทีที่ 56 งานก็เข้าเจ้าถิ่นซะแล้ว เมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน หลังจากที่ มักนุสสัน ไปเสียบใส่ ไคลเวิร์ต กรรมการควักใบเหลืองที่สองกลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามไปทันที

   จากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที โรม่า อาศัยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นที่มากกว่ามาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ โคลารอฟ เปิดบอลไปหน้าเขตโทษให้ คริสตัลเต้ วอลเล่ห์ไปแฉลบ เชโก้ ไปเข้าทาง เปลเลกินี่ ในเขตโทษซัดผ่าน อคินเฟเยฟ เข้าประตูไป โรม่า นำ 2-1 ทันที

   ช่วงท้ายเกม ซีเอสเคเอ ที่เหลือ 10 คน มีโอกาสลุ้นประตูตีเสมออยู่หลายครั้ง นาทีที่ 78 จากจังหวะที่ นาบาบคิม โหม่งบอลไปให้ โอบลายาคอฟ พยายามจะแหวกผู้เล่น โรม่า เข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วซัดด้วยซ้าย บอลไปตรงตัว โอลสัน นายทวารของ โรม่า

   จบเกม โรม่า เป็นฝ่ายเอาชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก ไป 2-1 เป็นการเก็บชัยชนะ 3 นัดรวดใน แชมป์เปี้ยนลีก ขยับขึ้นมานำจ่าฝูงกลุ่มจี มี 9 แต้ม

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

ลูกากู เบิ้ล เบลเยียม ฟอร์มโหดถล่ม ไอซ์แลนด์ ยับ 3-0

ลูกากู เบิ้ล เบลเยียม ฟอร์มโหดถล่ม ไอซ์แลนด์ ยับ 3-0

   ลูกากู เบิ้ลโชว์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก A กลุ่ม 2 เมื่อวันอังคารที่ 11 กันยายน 2561 ไอซ์แลนด์ เปิด เลาการ์ดัลส์โฟลลูร์ กรุงเรย์กยาวิก พบกับ เบลเยียม

   เกมนี้ เอริค ฮัมเรน นายใหญ่ไอซ์แลนด์ให้ ยอน ดาดี้ บ็อดวาร์สสัน ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และส่ง กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน เพลย์เมกเกอร์เอฟเวอร์ตัน กัปตันทีมหนุนเกมรุกอีกแรง ส่วนทางฝั่งของเบลเยียมนั้น โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุญซือวัย 45 ปี ขนผู้เล่นตัวหลักที่ใช้ในฟุตบอลโลกลงสนามอย่างพร้อมเพรียง นำมาโดย 2 แนวรุกจากปีศาจแดงและ เอเดน อาซาร์ จากเชลซี

ลูกากู เหมา 2 ประตู อาซาร์ บวกอีกหนึ่ง

   ช่วงต้นครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่ทำเกมได้ค่อนข้างดีกว่าเล็กน้อย มีจังหวะได้บุกที่ทำให้เบลเยียมต้องเหนื่องในการไล่สกัดบอลอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน

   นาทีที่ 14 ไอซ์แลนด์ได้ลุ้นจากจังหวะที่ บ็อดวาร์สสัน ตบบอลจากเส้นหลังกลับเข้ากลางให้ ซิเกิร์ดสสัน กัปตันทีมซัดด้วยขวาไปติดบล็อคออกหลังไป ได้แค่เตะมุมเท่านั้น

   เกมผ่านช่วง 20 นาทีแรก ดูเหมือนว่าเบลเยียมจะเริ่มตั้งเกมกันได้แล้ว จึงทำให้มีโอกาสได้ทำเกมขึ้นมาและจบแบบได้ลุ้นอยู่หลายจังหวะ

   นาทีที่ 21 อาซาร์ พาบอลหลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตบบอลไปเสาแรกให้หัวหอกปิศาจแดงซัดด้วยซ้ายหลุดกรอบออกหลังไปแบบได้ลุ้น

   นาทีที่ 29 หลังจากที่ตั้งเกมติดแล้ว ไม่นาน เบลเยียม ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกจุดโทษเมื่อ อิงกาสัน ไปทำฟาวล์ใส่ ลูกากู ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แล้วก็เป็น อาซาร์ ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าประตูไป เบลเยียม นำก่อน 1-0

   ถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที เบลเยียมก็มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมอร์เท่นส์ เปิดไปที่เสาแรก กอมปานี โฉบมาโหม่งไปที่เสาแรกติด ฮัลล์ดอร์สสัน ชกบอลออกมาได้แต่ยังไม่พ้นอันตราย บอลมาเข้าทางหัวหอกผียิงซ้ำในระยะเผาขนเข้าประตูไป

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกยังคงเป็นเบลเยียมที่ครองบอลเกมเอาไว้ได้ แต่ยังไม่สามารถเจาะเข้าพื้นที่สุดท้ายของไอซ์แลนด์ได้ จบครึ่งแรกเป็นเบลเยียมนำอยู่ 2-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 61 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่สามจากลูกยิงของ เมอนิเย่ร์ บอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

   นาที 70 เป็นโอกาสลุ้นของไอซ์แลนด์จาก ซิเกิร์ดส์สัน ที่ได้ปั่นด้วยขวา บอลพุ่งไปตรงกรอบแต่ กูร์กตัวส์ ยังตามไปปัดทิ้งได้หวุดหวิด

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 เบลเยียมมาได้ประตูทิ้งห่าง 3-0 จากจังหวะที่ เมอร์เท่นส์ เปิดบอลเรียดจากทางฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ แนวรุกปีศาจแดง ชาร์จด้วยซ้ายเน้นๆไปทางเสาไกล เป็นประตู

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีมีประตูเกิดขึ้นอีก สุดท้ายจบเกมเบลเยียมบุกมาเอาชนะไอซ์แลนด์ไป 3-0

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

โปรตุเกส ขาดโรนัลโด้ เกือบไม่รอด ไล่เจ๊าโครเอเชีย 1-1

โปรตุเกส ขาดโรนัลโด้ เกือบไม่รอด ไล่เจ๊าโครเอเชีย 1-1

   โปรตุเกส พบกับ รองแชมป์โลกปีล่าสุด โครเอเชีย โดยเกมนี้ ฝอยทอง ไร้เงาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่ขอพัก ในศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องทีมชาติ ที่สนามเอสตาดิโอ เด อัลกราฟ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน

โปรตุเกส & โครเอเชีย ไฮไลท์การแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร

   เริ่มเกมได้เพียง 3 นาที โปรตุเกสได้ทักทายก่อนและก็เกือบจะเป็นประตู จากบอลที่โยนไปหน้าปากประตูให้ บรูม่า ได้จิ้มบอลไปเข้าซอง คาลินิช

   นาทีที่ 12 เป็นโอกาสของโครเอเชียบ้าง เวอร์ซัลโก้ ลากบอลตัดเข้าในก่อนจะไหลไปให้ โควาซิช บริเวณหัวกระโหลกยิงติดไซด์นิดๆแต่ ปาทริซิโอ ยังปัดทิ้งได้ทัน

   นาทีที่ 17 โปรตุเกสได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกฟรีคิกที่ระยะอันตรายห่างจากปากประตูประมาณ 20 หลา เยื้องไปทางซ้าย เนเวส ปั่นหนีกำแพงไปได้แล้วแต่บอลเฉียดสามเหลี่ยมบนออกไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่หลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว ในนาทีที่ 18 โครเอเชียที่มีโอกาสน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมากลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้ เป็นจังหวะที่ เวอร์ซัลโก้ ลากบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางก่อนที่บอลจะไปถึง โควาซิช จับยาวแล้วแต่กองหลังโปรตุเกสสกัดพลาดไปชนพวกเดียวกัน บอลกระดอนมาเข้าทาง เปริซิช ยิงสวนทันทีแบบไม่ต้องจับ เป็นประตู รองแชมป์โลกสมัยล่าสุดขึ้นนำ 1-0

   หลังจากที่เสียประตูให้กับทีมตราหมากรุกแล้ว ฝอยทองก็พยายามทำเกมดาหน้าเข้าใส่ทันที แต่ก็ยังไม่สามารถไล่เอาประตูตีเสมอได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 32 ในที่สุดความพยายามของโปรตุเกสก็ประสบผลจนได้เมื่อมาได้ประตูตีเสมอสำเร็จ ต้องชม ปิซซี่ ที่โยนบอลถวายพานจากทางขวาเข้าไปในเขตโทษให้เปเป้เทคตัวขึ้นโหม่งเข้าไปไม่เหลือ โปรตุเกสไล่ตามตีเสมอ 1-0

   เกมเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก ทั้งสองทีมเล่นแบบประครองเกม ระวัดระวังกันเต็มที่ กระทั่งจบครึ่งแรกทั้งสองทีมทำได้เพียงแค่เสมอกันไปก่อน 1-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 โครเอเชียเกือบจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่โยนเข้าไปไปหน้าปากประตู เปริซิช ชิงโหม่งได้แล้วแต่ ปาทริซิโอ เซฟได้

   เกมผ่านไปเกือบจะครบชั่วโมง ทั้งสองทีมยังคงเล่นกันแบบระมัดระวังตัว จึงทำให้เกมเนือยๆและค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่ค่อยมีจังหวะให้จบกันซักเท่าไหร่ โครเอเชียเป็นฝ่ายที่คุมเกมในแดนกลางไว้ได้ดีกว่า แต่ทางด้านฝอยทองที่เจาะแนวรับของโครเอเชียไม่เข้าก็ยังพอมีโอกาจได้ลุ้นนิดๆหน่อยๆจากการส่องไกลบ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก

   นาทีที่ 78 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ รุย หลุดเข้าเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนจะผ่านบอลไปหน้าปากประตู มิลิช กองหลังทีมตราหมากรุกสกัดผิดเหลี่ยมบอลพุ่งไปชนเสาเกือบจะเข้าประตูตัวเอง

   ท้ายเกมแม้โปรตุเกสจะบุกแหลก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ สุดท้ายจบเกม ฝอยทอง เปิดบ้านเสมอกับโครเอเชียไปแบบเนือยๆ 1-1

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

ฝรั่งเศส แชมป์โลก เจ๊า เยอรมัน 0-0 ประเดิม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

ฝรั่งเศส แชมป์โลก เจ๊า เยอรมัน 0-0 ประเดิม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

    ฝรั่งเศส บุกเยือนเยอรมนี ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, ลีก A กลุ่ม 1 ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2561 

ตราไก่ ขาดเพียงญอรีส ส่วนเยอรมันจัดเต็มทุกขุมกำลัง   

   เกมนี้เยอรมันให้ นอยเออร์ เฝ้าเสา แผงหลังเป็น บัวเต็ง,ฮุมเมิลส์,รูดิเกอร์,กินเทอร์ แดนกลางขยับให้คิมมิชยืนคู่กับ โครส มาร์โค เกมรุก เรตซ์ก้า,มุลเลอร์,แวร์เนอร์ และ รอยส์ เป็นหน้าเป้า

   ส่วนทางด้านฝรั่งเศสแชมป์โลกนั้น อเรโอล่า ได้โอกาสลงเฝ้าเสาแทน ญอริส ที่ถอนตัวเพราะเจ็บ วาราน และ อุมติตี้ ยืนคุมหลัง ร่วมกับ เอร์นานเดซ และ ปาวาร์ แดนกลางให้ ป็อกบา และ ก็องเต้ ประสามนงานกับ เอมบัปเป้ และ กรีซมันน์ คอยหนุน ชิรูด์ ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

   สำหรับสถิติการพบกันของ เยอรมนี กับ ทีมเมืองนำหอม นั้น ทั้งสองทีมเจอกันมาทั้งหมด 29 ครั้ง เยอรมนีชนะ 9 ฝรั่งเศสชนะ 13 และเสมอกัน 7 ครั้ง

ฝรั่งเศส & เยอรมนี ไฮไลท์การแข่งขัน 

   เกมใชช่วงแรกเป็นทางฝั่งของเจ้าถิ่นที่ครองเกมเหนือกว่าทีมเยือนเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของฝรั่งเศสเข้าไปทำประตูได้ ส่วนทางฝั่งของทีมแชมป์โลกนั้นก็ดูเหมือนว่าจะยังต่อเกมกันไม่ติด

   นาทีที่ 18 เป็นเยอรมันที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ แวร์เนอร์ ได้บอลทางกรอบฝั่งซ้ายก่อนจะโยกเข้ากลางแล้วตัดสินใจยิงด้วยขวาทันที บอลพุ่งเตรงกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ อเรโอล่า

   เกมเลยครึ่งชั่วโมงมาแล้ว แม้ว่าเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายครองเกมไว้ได้ แต่ก็ยังเจาะฝรั่งเศสไม่เข้า นาทีที่ 35 เยอรมันได้ลุ้น โครสเปิดบอลเข้ากลางให้ รูดิเกอร์ โหม่งไปเสาสองให้ ฮุมเมิลส์ บอลแรงทำให้โหม่งไม่ถนัด บอลหลุดเสาออกไป

   นาทีที่ 43 เป็นโอกาสของฝรั่งเศสบ้างจากฟรีคิกในระยะอันตรายเยื้องไปทางฝั่งซ้าย เอ็มบัปเป้ ปั่นด้วยขวาโค้งข้ามกำแพงไปเข้ามือ นอยเออร์ ที่ขยับไปรับสบายๆ

   ครึ่งแรกเกมค่อนข้างจะอึดอัด เพราะทั้งสองทีมเล่นก็นอย่างระมัดระวัง ทำให้จบครึ่งแรกยังไม่มีทีมไหนที่ทำประตูได้ เสมอกันไป 0-0

   ครึ่งหลังเกมดูดีขึ้นกว่าครึ่งแรก ตราไก่ เป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อน เป็นจังหวะที่ ปาวาร์ เก็บบอลได้ก่อนจะจ่ายไปที่หน้ากรอบเขตโทษให้ กรีซมันน์ แต่งเข้าซ้ายแล้วยิงเลย บอลพุ่งตรงกรอบแต่ก็ยังเป็น นอยเออร์ ที่ขัดขวางประตูนี้ไว้ได้

   นาที 65 จังหวะนี้ต้องชม อเรโอล่า เมื่อเยอรมันเป็นฝ่ายทำเกมบุกขึ้นมา กินเทอร์ ปาดบอลเข้ากลางให้ รอยส์ ตวัดยิงด้วยขวา บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูแต่ อเรโอล่า โชว์บินไปปัดเอาไว้ได้ทัน

   นาที 74 โอกาสงามๆอีกครั้งของเยอรมีที่ถูก อเรโอล่า ปฎิเสธอีกครั้ง จากจังหวะที่ มุลเลอร์ ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดไปที่จุดนัดพบ แต่บอลพุ่งแรงเกือบมุดใต้คาน ดีที่ อเรโอล่า ยังบินปัดออกหลังได้อีกครั้ง

   ช่วงท้ายเกม เยอรมัน มีโอกาสได้ลุ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรฝรั่งเศสได้ สุดท้ายจบเกม เยอรมนี เปิดบ้านเสมอกับ ฝรั่งเศส ไปแบบไร้สกอร์ 0-0

 

Read More