Author: Ying

ทีเด็ดผลบอล, , , ,

ยูโรป้า ลีก พรีวิว คาราบัค พบ อาร์เซน่อล 4 ตุลาคม 2561

ยูโรป้า ลีก พรีวิว คาราบัค พบ อาร์เซน่อล 4 ตุลาคม 2561

   ยูโรป้า ลีก คาราบัค เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก อาร์เซน่อล ที่สนามกีฬาโอลิมปิกบากู ดูบอลสด ในวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เวลา 23.55 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

คาราบัค

   เจ้าถิ่นหมดสิทธิ์ใช้งาน ดานี่ กินตาน่า มิดฟิลด์จากสเปนที่ยังบาดเจ็บอยู่ กูร์บาน กูร์บานอฟ เทรนเนอร์ของทีมใช้ มาเฮียร์ มาดาตอฟ, ฟิลิป โอโซบิช กับ อับเดลลาห์ ซูเบียร์ เป็นสามประสานแดนกลาง ส่วนเกมรุกเป็น อินโนเซ้นต์ อีเมการ่า

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ว๊ากเนอร์, มักซิม เมดเวเดฟ, บาดาวี่ กูเซย์นอฟ, ยาคุบ รเซซนิซัค, วิลด์ โดนัลด์ เกร์ริเย่ร์,คารา คาราเยฟ, คอสคุน ดินิเยฟ, มาฮีร์ มาดาตอฟ, ฟิลิป โอโซบิช, อับเดลลาห์ ซูบีร์, อินโนเซนต์ เอเมการ่า

อาร์เซน่อล

   ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ขาดแข้งหลักทั้ง ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ และ อารอน แรมซี่ย์ ที่ติดภารกิจส่วนตัวไม่ได้เดินทางไปกับทีมด้วย

   ส่วน เฮนริค มคิทาร์ยาน ก็ไม่เดินทางไปกับทีมด้วยเช่นกันเนื่องจากปัญหาทางการทางเมือง ในขณะที่ ปีเตอร์ เช็ก, เอนสลี่ย์ เมตแลนด์-ไนลส์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ และ คอสตาส มาฟโรปานอส ยังบาดเจ็บอยู่

   อูไน เอเมรี่ กุนซือ อาร์เซน่อล อาจจะให้โอกาส แบร์นด์ เลโน่ ได้ลงเฝ้าเสา ส่วน เมซุต โอซิล และ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ยังลงสนามเป็นตัวจริงเช่นเดิม

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : แบร์นด์ เลโน่, สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์, โซคราติส ปาปัสทาโธปูลอส, ร็อบ โฮลดิ้ง, เซอัด โคลาซินัช, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, มัตเตโอ เกนดูซี่, แดนนี่ เวลเบ็ค, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์

ยูโรป้า ลีก วิเคราะห์บอล คาราบัค พบ อาร์เซน่อล

   คาราบัค ทีมดังจากอาเซอร์ไบจาน ผลงาน 5 เกมหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 ซึ่งในลีกนั้นฟอร์มการเล่นเรียกได้ว่าโดดเด่น แต่ในเกมยูโรป้า กลับตรงกันข้ามเมื่อเกมในนัดแรกพวกเขาก็เพิ่งจะแพ้มาสดๆร้อนๆ

   ส่วนทางด้านทีมเยือน ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผลงาน 5 นัดหลังสุด พวกเขาสามารถกวาดชัยชนะมาได้ทั้งหมด โดยฟอร์มการเล่นช่วงนี้ของ อาร์เซน่อล กำลังยอดเยี่ยมสุดๆ โดยชนะรวดในทุกรายการมา 7 เกมติดต่อกันแล้ว และนัดแรกในราการนี้พวกเขาก็สามารถเก็บชัยมาได้เช่นกัน

   แม้ว่าเกมนี้ อาร์เซน่อล จะเป็นฝ่ายผู้มาเยือน แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วไม่ว่าจะเป็น ชื่อชั้น สถิติ หรือนักเตะ เจ้าถิ่นค่อนข้างเป็นรองอยู่พอสมควร ดังนั้นเกมนี้ อาร์เซน่อล น่าจะเป็นฝ่ายที่บุกมาคว้า 3 แต้มกลับบ้านได้อย่างแน่นอน

 

 

Read More
กัลโช่ เซเรีย อา, , , ,

กัลโช่เซเรียอา เดือด มิลาน ไล่เจ๊า อตาลันต้า 2-2

กัลโช่เซเรียอา เดือด มิลาน ไล่เจ๊า อตาลันต้า 2-2

   กัลโช่เซเรียอา นัดที่ 5 ที่สนาม ซาน ซิโร่ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน 2561 เจ้าถิ่น ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน เปิดบ้านเสมอกับ อตาลันต้า ไป 2-2 แม้ว่า เอซี มิลาน จะขึ้นนำก่อนถึง 2 ครั้ง แต่สุดท้าย อตาลันต้า ยังตีเสมอได้ในที่สุด

   สำหรับเกมนี้ เอซี มิลาน จะไม่มี แพทริค คูโตรเน่ ที่ยังไม่ฟิต ส่วน ซูโซ่ สามารถคืนสนามเป็นตัวจริง ประสานงานร่วมกับจาโคโม่ โบนาเวนตูร่า และ กอนซาโล่ อิกวาอิน

   ส่วน อตาลันต้า จะได้ อเลฮานโดร โกเมซ กลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังจากทดสอบความฟิตผ่าน ส่วนเกมรุกเป็น มูซ่า บาร์โรว ยืนหน้าเป้า

กัลโช่เซเรียอา นัดที่ 5  ไฮไลท์เกม เอซี มิลาน พบ อตาลันต้า

   เริ่มเกม ดูบอลสด ได้เพียงนาทีเศษๆ มิลาน ก็ได้ประตูขึ้นนำเร็ว จากจังหวะที่ ซูโซ่ ถ้าบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาแล้วเปิดเข้าเขตโทษให้ อิกวาอิน ซัดแบบไม่ต้องจับเป็นประตู เจ้าถิ่นนำ 1-0

   นาทีที่ 18 มิลาน ยังคงเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง จังหวะนี้ โบนาเวนตูร่า ได้ลองสับไกลที่ระยะประมาณ 25 หลา บอลกำลังจะเสียบตาข่าย แต่นายทวารทีมเยือนยังคงปัดทิ้งเอาไว้ได้

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงนาที 33 อตาลันต้า เกือบจะได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ที่เปิดมาถึงเสาร์สอง โตลอย พักบอลหนึ่งจังหวะแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่าน และจบด้วย ปาซาลิช ได้โขกจ่อๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไป

   ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าถิ่นยังคงบุกจะเอาประตูที่ 2 ให้ได้ และมีโอกาสอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าโชคยังไม่เข้าข้าง เพราะมีทั้งชนเสา ทั้งได้จิ้มจ่อๆ แต่บอลก็ยังหลุดกรอบออกไป ทำให้จบครึ่งแรก แม้ว่ามิลานจะเป็นฝ่ายบุกอย่างหนักแต่ก็นำแค่ 1-0

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 54 อตาลันต้า ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ จากจังหวะที่ ริกอนี่ ไหลบอลออกขวาให้ ซาปาต้า ตบเข้ากลาง ที่ โกเมซ ชาร์จจ่อๆ เป็นประตู

   จากนั้นไม่ถึง 10 นาที นาทีที่ 61 มิลาน ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากการขึ้นเกมทางฝั่งขวาของ ซูโซ่ แล้วผ่านบอลไปเสาแรกให้ โบนาเวนตูร่า จิ้มเข้าไปไม่เหลือ เอซีมิลาน ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

   ช่วงทดเจ็บท้ายเกมนาทีที่ 90 + 1 ทีมเยือนทำสำเร็จจนได้ เมื่อมาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ โตลอย โยนบอลเข้ากลางให้ ซาปาต้า ยิงไปติดเซฟ ดอนนารุมม่า ปัดออกมาเข้าทาง ริกอนี่ ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ จบเกม เอซีมิลาน เสมอกับอตาลันต้า 2-2

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

ลูกากู เบิ้ล เบลเยียม ฟอร์มโหดถล่ม ไอซ์แลนด์ ยับ 3-0

ลูกากู เบิ้ล เบลเยียม ฟอร์มโหดถล่ม ไอซ์แลนด์ ยับ 3-0

   ลูกากู เบิ้ลโชว์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก A กลุ่ม 2 เมื่อวันอังคารที่ 11 กันยายน 2561 ไอซ์แลนด์ เปิด เลาการ์ดัลส์โฟลลูร์ กรุงเรย์กยาวิก พบกับ เบลเยียม

   เกมนี้ เอริค ฮัมเรน นายใหญ่ไอซ์แลนด์ให้ ยอน ดาดี้ บ็อดวาร์สสัน ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และส่ง กิลฟี่ ซิเกิร์ดสสัน เพลย์เมกเกอร์เอฟเวอร์ตัน กัปตันทีมหนุนเกมรุกอีกแรง ส่วนทางฝั่งของเบลเยียมนั้น โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุญซือวัย 45 ปี ขนผู้เล่นตัวหลักที่ใช้ในฟุตบอลโลกลงสนามอย่างพร้อมเพรียง นำมาโดย 2 แนวรุกจากปีศาจแดงและ เอเดน อาซาร์ จากเชลซี

ลูกากู เหมา 2 ประตู อาซาร์ บวกอีกหนึ่ง

   ช่วงต้นครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่ทำเกมได้ค่อนข้างดีกว่าเล็กน้อย มีจังหวะได้บุกที่ทำให้เบลเยียมต้องเหนื่องในการไล่สกัดบอลอยู่หลายจังหวะเหมือนกัน

   นาทีที่ 14 ไอซ์แลนด์ได้ลุ้นจากจังหวะที่ บ็อดวาร์สสัน ตบบอลจากเส้นหลังกลับเข้ากลางให้ ซิเกิร์ดสสัน กัปตันทีมซัดด้วยขวาไปติดบล็อคออกหลังไป ได้แค่เตะมุมเท่านั้น

   เกมผ่านช่วง 20 นาทีแรก ดูเหมือนว่าเบลเยียมจะเริ่มตั้งเกมกันได้แล้ว จึงทำให้มีโอกาสได้ทำเกมขึ้นมาและจบแบบได้ลุ้นอยู่หลายจังหวะ

   นาทีที่ 21 อาซาร์ พาบอลหลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตบบอลไปเสาแรกให้หัวหอกปิศาจแดงซัดด้วยซ้ายหลุดกรอบออกหลังไปแบบได้ลุ้น

   นาทีที่ 29 หลังจากที่ตั้งเกมติดแล้ว ไม่นาน เบลเยียม ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกจุดโทษเมื่อ อิงกาสัน ไปทำฟาวล์ใส่ ลูกากู ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แล้วก็เป็น อาซาร์ ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าประตูไป เบลเยียม นำก่อน 1-0

   ถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที เบลเยียมก็มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมอร์เท่นส์ เปิดไปที่เสาแรก กอมปานี โฉบมาโหม่งไปที่เสาแรกติด ฮัลล์ดอร์สสัน ชกบอลออกมาได้แต่ยังไม่พ้นอันตราย บอลมาเข้าทางหัวหอกผียิงซ้ำในระยะเผาขนเข้าประตูไป

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกยังคงเป็นเบลเยียมที่ครองบอลเกมเอาไว้ได้ แต่ยังไม่สามารถเจาะเข้าพื้นที่สุดท้ายของไอซ์แลนด์ได้ จบครึ่งแรกเป็นเบลเยียมนำอยู่ 2-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 61 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่สามจากลูกยิงของ เมอนิเย่ร์ บอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

   นาที 70 เป็นโอกาสลุ้นของไอซ์แลนด์จาก ซิเกิร์ดส์สัน ที่ได้ปั่นด้วยขวา บอลพุ่งไปตรงกรอบแต่ กูร์กตัวส์ ยังตามไปปัดทิ้งได้หวุดหวิด

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 เบลเยียมมาได้ประตูทิ้งห่าง 3-0 จากจังหวะที่ เมอร์เท่นส์ เปิดบอลเรียดจากทางฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ แนวรุกปีศาจแดง ชาร์จด้วยซ้ายเน้นๆไปทางเสาไกล เป็นประตู

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีมีประตูเกิดขึ้นอีก สุดท้ายจบเกมเบลเยียมบุกมาเอาชนะไอซ์แลนด์ไป 3-0

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

โปรตุเกส ขาดโรนัลโด้ เกือบไม่รอด ไล่เจ๊าโครเอเชีย 1-1

โปรตุเกส ขาดโรนัลโด้ เกือบไม่รอด ไล่เจ๊าโครเอเชีย 1-1

   โปรตุเกส พบกับ รองแชมป์โลกปีล่าสุด โครเอเชีย โดยเกมนี้ ฝอยทอง ไร้เงาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่ขอพัก ในศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องทีมชาติ ที่สนามเอสตาดิโอ เด อัลกราฟ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน

โปรตุเกส & โครเอเชีย ไฮไลท์การแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร

   เริ่มเกมได้เพียง 3 นาที โปรตุเกสได้ทักทายก่อนและก็เกือบจะเป็นประตู จากบอลที่โยนไปหน้าปากประตูให้ บรูม่า ได้จิ้มบอลไปเข้าซอง คาลินิช

   นาทีที่ 12 เป็นโอกาสของโครเอเชียบ้าง เวอร์ซัลโก้ ลากบอลตัดเข้าในก่อนจะไหลไปให้ โควาซิช บริเวณหัวกระโหลกยิงติดไซด์นิดๆแต่ ปาทริซิโอ ยังปัดทิ้งได้ทัน

   นาทีที่ 17 โปรตุเกสได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกฟรีคิกที่ระยะอันตรายห่างจากปากประตูประมาณ 20 หลา เยื้องไปทางซ้าย เนเวส ปั่นหนีกำแพงไปได้แล้วแต่บอลเฉียดสามเหลี่ยมบนออกไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่หลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว ในนาทีที่ 18 โครเอเชียที่มีโอกาสน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมากลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้ เป็นจังหวะที่ เวอร์ซัลโก้ ลากบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางก่อนที่บอลจะไปถึง โควาซิช จับยาวแล้วแต่กองหลังโปรตุเกสสกัดพลาดไปชนพวกเดียวกัน บอลกระดอนมาเข้าทาง เปริซิช ยิงสวนทันทีแบบไม่ต้องจับ เป็นประตู รองแชมป์โลกสมัยล่าสุดขึ้นนำ 1-0

   หลังจากที่เสียประตูให้กับทีมตราหมากรุกแล้ว ฝอยทองก็พยายามทำเกมดาหน้าเข้าใส่ทันที แต่ก็ยังไม่สามารถไล่เอาประตูตีเสมอได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 32 ในที่สุดความพยายามของโปรตุเกสก็ประสบผลจนได้เมื่อมาได้ประตูตีเสมอสำเร็จ ต้องชม ปิซซี่ ที่โยนบอลถวายพานจากทางขวาเข้าไปในเขตโทษให้เปเป้เทคตัวขึ้นโหม่งเข้าไปไม่เหลือ โปรตุเกสไล่ตามตีเสมอ 1-0

   เกมเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก ทั้งสองทีมเล่นแบบประครองเกม ระวัดระวังกันเต็มที่ กระทั่งจบครึ่งแรกทั้งสองทีมทำได้เพียงแค่เสมอกันไปก่อน 1-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 โครเอเชียเกือบจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่โยนเข้าไปไปหน้าปากประตู เปริซิช ชิงโหม่งได้แล้วแต่ ปาทริซิโอ เซฟได้

   เกมผ่านไปเกือบจะครบชั่วโมง ทั้งสองทีมยังคงเล่นกันแบบระมัดระวังตัว จึงทำให้เกมเนือยๆและค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่ค่อยมีจังหวะให้จบกันซักเท่าไหร่ โครเอเชียเป็นฝ่ายที่คุมเกมในแดนกลางไว้ได้ดีกว่า แต่ทางด้านฝอยทองที่เจาะแนวรับของโครเอเชียไม่เข้าก็ยังพอมีโอกาจได้ลุ้นนิดๆหน่อยๆจากการส่องไกลบ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก

   นาทีที่ 78 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ รุย หลุดเข้าเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนจะผ่านบอลไปหน้าปากประตู มิลิช กองหลังทีมตราหมากรุกสกัดผิดเหลี่ยมบอลพุ่งไปชนเสาเกือบจะเข้าประตูตัวเอง

   ท้ายเกมแม้โปรตุเกสจะบุกแหลก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ สุดท้ายจบเกม ฝอยทอง เปิดบ้านเสมอกับโครเอเชียไปแบบเนือยๆ 1-1

 

Read More
ไฮไลท์ฟุตบอล, , , ,

ฝรั่งเศส แชมป์โลก เจ๊า เยอรมัน 0-0 ประเดิม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

ฝรั่งเศส แชมป์โลก เจ๊า เยอรมัน 0-0 ประเดิม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

    ฝรั่งเศส บุกเยือนเยอรมนี ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, ลีก A กลุ่ม 1 ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2561 

ตราไก่ ขาดเพียงญอรีส ส่วนเยอรมันจัดเต็มทุกขุมกำลัง   

   เกมนี้เยอรมันให้ นอยเออร์ เฝ้าเสา แผงหลังเป็น บัวเต็ง,ฮุมเมิลส์,รูดิเกอร์,กินเทอร์ แดนกลางขยับให้คิมมิชยืนคู่กับ โครส มาร์โค เกมรุก เรตซ์ก้า,มุลเลอร์,แวร์เนอร์ และ รอยส์ เป็นหน้าเป้า

   ส่วนทางด้านฝรั่งเศสแชมป์โลกนั้น อเรโอล่า ได้โอกาสลงเฝ้าเสาแทน ญอริส ที่ถอนตัวเพราะเจ็บ วาราน และ อุมติตี้ ยืนคุมหลัง ร่วมกับ เอร์นานเดซ และ ปาวาร์ แดนกลางให้ ป็อกบา และ ก็องเต้ ประสามนงานกับ เอมบัปเป้ และ กรีซมันน์ คอยหนุน ชิรูด์ ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

   สำหรับสถิติการพบกันของ เยอรมนี กับ ทีมเมืองนำหอม นั้น ทั้งสองทีมเจอกันมาทั้งหมด 29 ครั้ง เยอรมนีชนะ 9 ฝรั่งเศสชนะ 13 และเสมอกัน 7 ครั้ง

ฝรั่งเศส & เยอรมนี ไฮไลท์การแข่งขัน 

   เกมใชช่วงแรกเป็นทางฝั่งของเจ้าถิ่นที่ครองเกมเหนือกว่าทีมเยือนเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของฝรั่งเศสเข้าไปทำประตูได้ ส่วนทางฝั่งของทีมแชมป์โลกนั้นก็ดูเหมือนว่าจะยังต่อเกมกันไม่ติด

   นาทีที่ 18 เป็นเยอรมันที่ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ แวร์เนอร์ ได้บอลทางกรอบฝั่งซ้ายก่อนจะโยกเข้ากลางแล้วตัดสินใจยิงด้วยขวาทันที บอลพุ่งเตรงกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ อเรโอล่า

   เกมเลยครึ่งชั่วโมงมาแล้ว แม้ว่าเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายครองเกมไว้ได้ แต่ก็ยังเจาะฝรั่งเศสไม่เข้า นาทีที่ 35 เยอรมันได้ลุ้น โครสเปิดบอลเข้ากลางให้ รูดิเกอร์ โหม่งไปเสาสองให้ ฮุมเมิลส์ บอลแรงทำให้โหม่งไม่ถนัด บอลหลุดเสาออกไป

   นาทีที่ 43 เป็นโอกาสของฝรั่งเศสบ้างจากฟรีคิกในระยะอันตรายเยื้องไปทางฝั่งซ้าย เอ็มบัปเป้ ปั่นด้วยขวาโค้งข้ามกำแพงไปเข้ามือ นอยเออร์ ที่ขยับไปรับสบายๆ

   ครึ่งแรกเกมค่อนข้างจะอึดอัด เพราะทั้งสองทีมเล่นก็นอย่างระมัดระวัง ทำให้จบครึ่งแรกยังไม่มีทีมไหนที่ทำประตูได้ เสมอกันไป 0-0

   ครึ่งหลังเกมดูดีขึ้นกว่าครึ่งแรก ตราไก่ เป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อน เป็นจังหวะที่ ปาวาร์ เก็บบอลได้ก่อนจะจ่ายไปที่หน้ากรอบเขตโทษให้ กรีซมันน์ แต่งเข้าซ้ายแล้วยิงเลย บอลพุ่งตรงกรอบแต่ก็ยังเป็น นอยเออร์ ที่ขัดขวางประตูนี้ไว้ได้

   นาที 65 จังหวะนี้ต้องชม อเรโอล่า เมื่อเยอรมันเป็นฝ่ายทำเกมบุกขึ้นมา กินเทอร์ ปาดบอลเข้ากลางให้ รอยส์ ตวัดยิงด้วยขวา บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูแต่ อเรโอล่า โชว์บินไปปัดเอาไว้ได้ทัน

   นาที 74 โอกาสงามๆอีกครั้งของเยอรมีที่ถูก อเรโอล่า ปฎิเสธอีกครั้ง จากจังหวะที่ มุลเลอร์ ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดไปที่จุดนัดพบ แต่บอลพุ่งแรงเกือบมุดใต้คาน ดีที่ อเรโอล่า ยังบินปัดออกหลังได้อีกครั้ง

   ช่วงท้ายเกม เยอรมัน มีโอกาสได้ลุ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรฝรั่งเศสได้ สุดท้ายจบเกม เยอรมนี เปิดบ้านเสมอกับ ฝรั่งเศส ไปแบบไร้สกอร์ 0-0

 

Read More